ชุดการสอนชุดที่ 6

posted on 20 Nov 2011 05:23 by krusurang

ชุดการสอนชุดที่  6  เศรษฐกิจพอเพียง

ใบความรู้

เศรษฐกิจพอเพียง

“คำว่าพอก็เพียงพอ  เพียงนี้ก็พอ  ดังนั้นเอง  คนเราถ้าพอในความต้องการ  ก็มีความโลภน้อย  เมื่อมีความโลภน้อย  ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย  ถ้าทุกประเทศมีความคิด  อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ  มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง  หมายความว่า  พอประมาณ  ไม่สุดโต่ง  ไม่โลภอย่างมาก  คนเราก็อยู่เป็นสุข  พอเพียงนี้อาจจะมีของหรูหราก็ได้  แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น  ต้องให้พอประมาณ  ตามอัตภาพ  พูดจาก็พอเพียง  ทำอะไรก็พอเพียง  ปฏิบัติตนก็พอเพียง”

                                                                        พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

                                                                                    ณ  ศาลาดุสิดาลัย  สวนจิตรลดา

                                                                                                            4  ธันวาคม  2541

 

            จากพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เกี่ยวกับความพอเพียงที่เสนอมานั้น   เป็นแนวทางให้ประชาชนนำไปสู่การปฏิบัติตน  โดยยึดหลักทางสายกลาง  ไม่ประมาท  และไม่โลภ   ซึ่งเป็นแนวทางที่แพร่หลายเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ  คือ  “หลักปรัชญาของเศรษฐกิขพอเพียง”    ทั้งนี้  เพื่อให้มีความเข้าใจที่ลึกซื้ง  สามาราถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิขพอเพียงสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้  จึงได้เสนอเนื้อหาในใบความรู้เกี่ยวกับเรื่อง  ประวัติความเป็นมาของเศรษฐกิจพอเพียง  ความหมายของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ประโยชน์และความสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง  จุดเริ่มต้นแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง  ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง   พระราชดำริว่าด้วยเศรษฐกิจพอเพียง  แนวคิดระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง         ประเทศไทยกับเศรษฐกิจพอเพียง       การดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริพอเพียง                     การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้   เศรษฐกิจพอเพียงกับทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ         และเศรษฐกิจพอเพียงท้องถิ่นนวมินท์สงขลา  ดังนี้

ประวัติความเป็นมาของเศรษฐกิจพอเพียง

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2545 – 2549)  ได้อัญเชิญปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  มาเป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาประเทศ  โดยยึดหลักทางสายกลางและความไม่ประมาท  คำนึงถึงความพอประมาณ  ความมีเหตุผล  การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว  ตลอดจนการใช้ความรู้ด้วยความรอบคอบ  ระมัดระวัง  และมีคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจและการกระทำ  ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกระดับนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปเป็นพื้นฐานและแนวทางในการดำเนินชีวิตในด้านต่างๆอันจะนำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน  ประชาชนอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข  สังคมมีความเข้มแข็ง  และประเทศชาติมั่นคง  อย่างไรก็ดี  เนื่องจากในปัจจุบันยังมีความเข้าใจที่ไม่ชัดเจนและมีการตีความที่หลากหลายเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  จึงเสนอให้ริเริ่มการสร้างขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง  เพื่อสานต่อความคิดและเชื่อมต่อการขยายผล  แนวทางการนำเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ที่มีอยู่อย่างหลากหลายในปัจจุบัน  รวมทั้งเพื่อจุดประกายให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง  ซึ่งจะนำไปสู่การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติในทุกภาคส่วนของสังคมอย่างจริงจัง

ความหมายของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

            “เศรษฐกิจพอเพียง”  (Sufficiency  Economy)  เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จ        พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิต  แก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด  รวมถึงการพัฒนาและบริหารประเทศ  ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง  คำนึงถึง  ความพอประมาณ  ความมีเหตุผล  การสร้างภูมิคุ้มที่ดีในตัว  ตลอดจนใช้ความรู้  ความรอบคอบ  และคุณธรรม  ประกอบการวางแผน  การตัดสินใจ  และการกระทำ  เศรษฐกิจพอเพียง  คือหลักคิดและหลักปฏิบัติ  คำว่า  ปรัชญา  แปลว่า  หลักคิด  ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  เป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตน  เพื่อให้เราก้าวทันต่อยุค โลกาภิวัตน์  ถ้าเราใช้ความพอเพียงเป็นหลักคิดและหลักปฏิบัติ  เราก็จะสามารถอยู่ได้อย่างรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงต่างๆ  ปรับตัว  และพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงได้

 

ประโยชน์และความสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง

1.  ให้ประชาชนพออยู่พอกินสมควรแก่อัตภาพในระดับที่ประหยัด  ไม่อดอยากและเลี้ยงตนเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

2.  ในหน้าแล้งมีน้ำน้อย  ก็สามารถเอาน้ำที่เก็บไว้ในสระมาปลูกพืชผักต่างๆที่ใช้น้ำน้อยได้  โดยไม่ต้องเบียดเบียนชลประทาน

3.  ในปีที่ฝนตกตามฤดูกาล  โดยมีน้ำดีตลอดปี  ทฤษฎีใหม่น้ำก็สามารถสร้างรายได้ให้ร่ำรวยขึ้นได้

 

จุดเริ่มต้นแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

ผลจากการใช้แนวทางการพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัย  ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก่สังคมไทยอย่างมากในทุกด้าน  ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ  การเมือง  วัฒนธรรม  สังคมและสิ่งแวดล้อม  อีกทั้งกระบวนการของความเปลี่ยนแปลงมีความสลับซับซ้อนจนยากที่จะอธิบายในเชิงสาเหตุและผลลัพธ์ได้  เพราะการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดต่างเป็นปัจจัยเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน  สำหรับผลของการพัฒนาในด้านบวกนั้น  ได้แก่  การเพิ่มขึ้นของอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ  ความเจริญทางวัตถุ  และสาธารณูปโภคต่างๆ  ระบบสื่อสารที่ทันสมัย  หรือการขยายปริมาณและกระจายการศึกษาอย่างทั่วถึงมากขึ้น  แต่ผลด้านบวกเหล่านี้ส่วนใหญ่กระจายไปถึงคนในชนบท  หรือผู้ด้อยโอกาสในสังคมน้อย  แต่ว่ากระบวนการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้เกิดผลลบติดตามมาด้วย  เช่น              การขยายตัวของรัฐเข้าไปในชนบท  ได้ส่งผลให้ชนบทเกิดความอ่อนแอในหลายด้าน        ทั้งการต้องพึ่งพิงตลาดและพ่อค้าคนกลางในการสั่งสินค้าทุน  ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ  ระบบความสัมพันธ์แบบเครือญาติ  และการรวมกลุ่มกันตามประเพณีเพื่อการจัดการทรัพยากรที่เคยมีอยู่แต่เดิมแตกสลายลง  ภูมิความรู้ที่เคยใช้แก้ปัญหาและ    สั่งสมปรับเปลี่ยนกันมาถูกลืมเลือนและเริ่มสูญหายไป  สิ่งสำคัญก็คือ  ความพอเพียงในการดำรงชีวิต  ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ทำให้คนไทยสามารถพึ่งตนเอง  และดำเนินชีวิตไปได้อย่างมีศักดิ์ศรีภายใต้อำนาจและความมีอิสระในการกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง  ความสามารถในการควบคุมและจัดการเพื่อให้ตนเองได้รับการสนองตอบต่อความต้องการต่างๆ  รวมทั้งความสามารถในการจัดการปัญหาต่างๆได้ด้วยตนเอง  ซึ่งทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นศักยภาพพื้นฐานที่คนไทยและสังคมไทยเคยมีอยู่แต่เดิมต้องถูกกระทบกระเทือน  ซึ่งวิกฤตเศรษฐกิจจากปัญหาฟองสบู่และปัญหาความอ่อนแอของชนบท  รวมทั้งปัญหาอื่นๆที่เกิดขึ้น  ล้วนแต่เป็นข้อพิสูจน์และยืนยันปรากฏการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี

 

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียง  เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ  ตั้งแต่ระดับครอบครัว  ระดับชุมชน  จนถึงระดับรัฐ  ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง  โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ  เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์

ความพอเพียง  หมายถึง  ความพอประมาณ  ความมีเหตุผล  รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการกระทบใดๆอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในภายนอก  ทั้งนี้  จะต้องอาศัยความรอบรู้  ความรอบคอบ  และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน  และขณะเดียวกัน  จะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ  โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ  นักทฤษฎี  และนักธุรกิจในทุกระดับ  ให้มีสำนึกในคุณธรรม  ความซื่อสัตย์สุจริต  และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม  ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน  ความเพียร  มีสติ  ปัญญา  และความรอบคอบ  เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง  ทั้งด้านวัตถุ  สังคม  สิ่งแวดล้อม  และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี

ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง  จึงประกอบด้วยคุณสมบัติ  ดังนี้

1.  ความพอประมาณ  หมายถึง  ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป  โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น  เช่น  การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ

2.  ความมีเหตุผล  หมายถึง  การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น  จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล  โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง  ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆอย่างรอบคอบ

3.  ภูมิคุ้มกัน  หมายถึง  การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆที่จะเกิดขึ้น  โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

โดยมี  เงื่อนไข  ของการตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมต่างๆให้อยู่ในระดับพอเพียง  2  ประการ  ดังนี้

1.  เงื่อนไขความรู้  ประกอบด้วย  ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้องรอบด้าน  ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน  เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในการปฏิบัติ

2.  เงื่อนไขคุณธรรมที่จะต้องเสริมสร้าง  ประกอบด้วย  มีความตระหนักใน คุณธรรม  มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน  มีความเพียร  ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

dit.dru.ac.th

 

พระราชดำริว่าด้วยเศรษฐกิจพอเพียง

“...การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น  ต้องสร้างพื้นฐานคือ  ความพอมี พอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เบื้องต้นก่อน  โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ  เมื่อได้พื้นฐานความมั่นคงพร้อมพอสมควรและปฏิบัติได้แล้ว  จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญ  และฐานะทางเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป...”  (18  กรกฎาคม  2517)

เศรษฐกิจพอเพียง  เป็นแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว                 ที่พระราชทานมานานกว่า  30  ปี  เป็นแนวคิดที่ตั้งอยู่บนรากฐานของวัฒนธรรมไทย  เป็นแนวทางการพัฒนาที่ตั้งบนพื้นฐานของทางสายกลาง  และความไม่ประมาท  คำนึงถึงความพอประมาณ  ความมีเหตุผล  การสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเอง  ตลอดจนใช้ความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต  ที่สำคัญจะต้องมี  สติ  ปัญญา  และความเพียร  ซึ่งจะนำไปสู่  ความสุข  ในการดำเนินชีวิตอย่างแท้จริง

 

            เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ

            เศรษฐกิจพอเพียงหรือระบบเศรษฐกิจที่พึ่งตนเองได้ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น  อาจมองได้ใน  2  ลักษณะใหญ่ๆคือ

            เศรษฐกิจพอเพียง  หมายถึง  ความสามารถของชุมชนเมือง  รัฐ  ประเทศ  หรือภูมิภาคหนึ่งๆในการผลิตสินค้าและบริการทุกชนิดเพื่อเลี้ยงสังคมนั้นๆได้โดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยต่างๆที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของ

            เศรษฐกิจพอเพียงในระดับบุคคล  คือ  ความสามารถในการดำรงชีวิตได้อย่างไม่เดือดร้อน  มีความเป็นอยู่อย่างประมาณตน  ตามฐานะ  ตามอัตภาพ  ที่สำคัญไม่หลงใหลไปตามกระแสของวัตถุนิยม  มีอิสรภาพ  เสรีภาพ  ไม่พันธนาการอยู่กับสิ่งใด

            กล่าวโดยสรุป  คือ  หันกลับมายึดเส้นทางสายกลางในการดำรงชีวิต

หลักการพึ่งตนเอง  อาจจะแยกแยะโดยยึดหลักหลักสำคัญอยู่  5  ประการคือ

            1.  ด้านจิตใจ  ทำตนให้เป็นที่พึ่งตนเอง  มีจิตสำนึกที่ดี  สร้างสรรค์ให้ตนเองและชาติโดยรวม  มีจิตใจเอื้ออาทร  ประนีประนอม  เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

            2.  ด้านสังคม  แต่ละชุมชนต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายชุมชนที่แข็งแรงเป็นอิสระ

            3.  ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ให้ใช้และจัดการอย่างฉลาด  พร้อมทั้งหาทางเพิ่มมูลค่า  โดยให้ยึดอยู่บนหลักการของความยั่งยืน

            4.  ด้านเทคโนโลยี  จากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว  เทคโนโลยีที่เข้ามาใหม่  มีทั้งดีและไม่ดี  จึงต้องแยกแยะบนพื้นฐานของภูมิปัญญาชาวบ้านและเลือกใช้เฉพาะที่สอดคล้องกับความต้องการตามสภาพแวดล้อม  และควรพัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาของเราเอง

            5.  ด้านเศรษฐกิจ  แต่เดิมนักพัฒนามักมุ่งที่การเพิ่มรายได้  และไม่มีการมุ่งที่การลดรายจ่ายในภาวะที่เศรษฐกิจวิกฤตเช่นเวลานี้  จึงต้องปรับทิศการพัฒนาใหม่คือต้องมุ่งลดรายจ่ายก่อนเป็นสำคัญ  โดยยึดหลักพออยู่  พอกิน  พอใช้

            ดังพระราชกระแสที่ว่า  “หากพวกเราร่วมมือร่วมใจกันทำสัก  1  ใน  4  ประเทศชาติของเราก็สามารถรอดพ้นจากวิกฤตได้”

 

พออยู่  พอกิน  พอใช้

kwc.ac.th

 

 

แนวคิดระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง  มีองค์ประกอบหลักอยู่  3  ประการ  ได้แก่

            ประการแรก  เป็นระบบเศรษฐกิจที่ยึดถือหลักการที่ว่า  “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”  โดยมุ่งเน้นการผลิตพืชผลให้เพียงพอกับความต้องการบริโภคในครัวเรือนเป็นอันดับแรก  เมื่อเหลือพอจากการบริโภคแล้ว  จึงคำนึงถึงการผลิตเพื่อการค้าเป็นอันดับรองลงมา  ผลผลิตส่วนเกินที่ออกสู่ตลาดก็จะเป็นกำไรของเกษตรกร  ในสภาพการณ์เช่นนี้เกษตรกรจะกลายสถานะเป็นผู้กำหนดหรือเป็นผู้กระทำต่อตลาด  แทนที่ว่าตลาดจะเป็นตัวกระทำหรือเป็นตัวกำหนดเกษตรกรดังเช่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้  และหลักใหญ่สำคัญยิ่งคือ  การลดค่าใช้จ่ายโดยการสร้างสิ่งอุปโภคบริโภคในที่ดินของตนเอง  เช่น  ข้าว  น้ำ  ปลา  ไก่  ไม้ผล  พืชผัก  ฯลฯ

 

ตนเป็นที่พึ่งแห่